Market News & Insights
Market News & Insights
การเทรดฟอเร็กซ์ช่วงตลาดเอเชีย: 5 กับดักที่มักทำให้เทรดเดอร์พลาด (และวิธีรับมือ)
The Editorial Desk
8/9/2026
0 min read
Share this post
Copy URL

คุณกำลังเสียเงินก่อนที่ตลาดลอนดอนจะเปิดใช่หรือไม่? ค้นพบ 5 กับดักที่ใหญ่ที่สุดในการเทรดฟอเร็กซ์ช่วงตลาดเอเชีย

5 กับดักที่เทรดเดอร์มักเผชิญในตลาดเอเชีย และวิธีรับมือ | GO Markets

หากคุณเทรดจากซิดนีย์ เมลเบิร์น สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือกรุงเทพฯ เหตุการณ์ในลำดับต่อไปนี้อาจฟังดูคุ้นเคยจนน่าอึดอัดครับ คุณนั่งลงหน้าจอช่วงประมาณ 10:00 น. ตามเวลา AEST (07:00 น. ตามเวลาไทย) เปิดกราฟ วางแนวรับแนวตั้งเรียบร้อย กาแฟพร้อมออกฤทธิ์ จากนั้นคุณก็พบรูปแบบการเบรกเอาต์ (Breakout) ที่ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบ... หรืออย่างน้อยมันก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น

แต่ตลอด 5 ชั่วโมงถัดมา ตลาดกลับไม่ขยับไปไหนเลย ราคายังคงวิ่งออกข้างอย่างเชื่องช้าภายในกรอบแคบๆ ขยับขึ้นลงเพียงเล็กน้อยพอให้ตื่นเต้น จนกระทั่งตลาดยุโรปเริ่มเปิดทำการ เมื่อ สภาพคล่องเริ่มทยอยเข้าสู่เซสชันลอนดอน กรอบราคาที่เคยสะสมตัวก็ถูกทำลายลง จุดตัดขาดทุน (Stop-loss) ของคุณถูกชน และราคาก็วนกลับไปยังทิศทางที่คุณเคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกอย่างรวดเร็ว

สมมติฐานทิศทางราคาของคุณอาจไม่ได้ผิดพลาดครับ ทว่าปัญหาอาจอยู่ที่ "ช่วงเวลาเซสชัน" ที่คุณเลือกเทรด ตลาดช่วงเซสชันเอเชียมีกลไกการดำเนินงานที่แตกต่างจากเซสชันลอนดอนและนิวยอร์ก ทั้งกลุ่มผู้เข้าร่วมตลาด ความผันผวน และสกุลเงินที่ได้รับความสนใจ และเมื่อตลาดส่งไม้ต่อจากเซสชันหนึ่งไปสู่อีกเซสชันหนึ่ง พฤติกรรมราคาก็สามารถเปลี่ยนทิศทางตามไปด้วยอย่างสิ้นเชิง

5 กับดักที่พบได้บ่อยในช่วงเวลาทำการตลาดเอเชีย

กับดักที่ 1

เทรดรูปแบบที่ถูกต้อง แต่เลือกคู่เงินผิดประเภท

คู่เงิน EUR/USD และ GBP/USD ไม่ได้หยุดการซื้อขายเพียงเพราะตลาดยุโรปปิดทำการครับ ทว่ากลุ่มคนที่เข้ามาส่งคำสั่งซื้อขายกลับเปลี่ยนไป ในช่วงกลางเซสชันเอเชีย การเข้าร่วมจากสถาบันการเงินในยุโรปและสหรัฐฯ มักจะอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ความลึกของตลาดน้อยลง กรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันแคบลง และเกิดช่วงที่ราคาเคลื่อนที่โดยไม่มีแรงส่งต่อเนื่อง

และนั่นก็นำไปสู่ปัญหาที่กวนใจเทรดเดอร์ครับ เพราะค่า Spread หรือต้นทุนในการส่งคำสั่งเพียง 5 pips จะมีความสำคัญและกระทบต่อผลตอบแทนอย่างมาก เมื่อเป้าหมายกำไรที่คุณพยายามจับรอบวิ่งมีขนาดเพียง 15 pips ต่างจากช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวถึง 80 pips

กิจกรรมการซื้อขายในภูมิภาคเอเชียจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่าในสกุลเงินที่ผูกกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และเยนญี่ปุ่น (JPY) นอกจากนี้ ดัชนีในภูมิภาคอย่าง ASX 200 และ Nikkei 225 มักตอบสนองต่อรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และพัฒนาการเชิงนโยบายในท้องถิ่นได้ดีกว่า

รูปที่ 1: การเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการซื้อขาย FX ตามช่วงเวลาเซสชัน

แผนภาพจำลองระดับกิจกรรมการซื้อขายระหว่างช่วงเวลาทำการเอเชียและยุโรป แท่งกราฟแสดงรูปแบบการเข้าร่วมในแต่ละเซสชันโดยสังเขป ไม่ใช่ข้อมูลสถิติ ATR จริงของ EUR/USD

กิจกรรมในเซสชันเอเชีย (ภาพจำลอง)
กิจกรรมในเซสชันยุโรปและสหรัฐฯ (ภาพจำลอง)
ภาพจำลองกิจกรรมการซื้อขาย FX ข้ามเซสชันการซื้อขายทั่วโลก แผนภูมิแท่งแสดงกิจกรรมจำลองที่ต่ำกว่าในช่วงเซสชันเอเชีย และกิจกรรมจำลองที่สูงขึ้นเมื่อการเข้าร่วมจากยุโรปและสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ช่วงเวลาเซสชันเป็นการระบุโดยประมาณและอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลาออมแสง สูงกว่า เร่งตัวขึ้น ปานกลาง ค่อนข้างต่ำ ฐานปกติ เซสชันเอเชีย (ASIAN SESSION) กิจกรรมฝั่งยุโรปเริ่มเร่งตัวขึ้น 10:00 11:00 12:00 13:00 14:00 15:00 16:00 17:00 18:00 19:00 20:00 21:00 22:00 23:00 00:00 01:00 02:00 03:00

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าคู่เงิน EUR/USD จะไม่สามารถเทรดได้เลยในช่วงเที่ยงวันของซิดนีย์ครับ แต่บริบทของเซสชันคือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ กลยุทธ์ Breakout ที่ออกแบบมาเพื่อจับโมเมนตัมของฝั่งยุโรปอาจส่งผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อตลาดยุโรปยังไม่เปิดทำการ

กับดักที่ 2

ติดกับสัญญาณหลอกก่อนตลาดลอนดอนเปิด (Pre-London Fake-out)

นี่คือรูปแบบที่สร้างความเสียหายให้เทรดเดอร์จำนวนมากครับ ในช่วงชั่วโมงการทำงานของเอเชีย คู่เงินหลักมักจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเคลื่อนตัวออกข้างสร้างฐานราคาสะสมอยู่ภายในสิ่งที่เทรดเดอร์สายเทคนิคเรียกว่า "Asian Range" จุดสูงสุดของกรอบเด่นชัด จุดต่ำสุดของกรอบเด่นชัด ซึ่งหมายความว่าทุกคนในตลาดก็มองเห็นระดับราคาเหล่านั้นเช่นเดียวกัน

เมื่อผู้เข้าร่วมฝั่งยุโรปเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาด คำสั่งซื้อขายที่กระจุกตัวอยู่บริเวณจุดสูงสุดและต่ำสุดของเซสชันเอเชีย อาจถูกส่งเข้าจับคู่ ราคาอาจทะลุผ่านกรอบขึ้นไปก่อนจะวกกลับอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะวิ่งทะลุต่อเนื่องไปเลยเมื่อปริมาณการซื้อขายหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ปัญหาคือเทรดเดอร์ไม่สามารถรู้ได้ทันทีว่ากำลังเผชิญกับรูปแบบใดในขณะที่มันเกิดขึ้นหน้าจอ ซึ่งส่งผลให้จังหวะส่งไม้ต่อเข้าสู่ตลาดลอนดอนกลายเป็นจุดอันตรายสำหรับเทรดเดอร์ที่รีบเร่งไล่ราคาตามแท่งเทียนแรกที่วิ่งผ่านจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของเซสชันเอเชีย

รูปที่ 2: การเบรกเอาต์กรอบราคาเซสชันเอเชียสามารถเกิดการปฏิเสธราคา (Fake-out) ได้ในช่วงส่งไม้ต่อสู่ตลาดยุโรป

ภาพจำลองโครงสร้างราคา EUR/USD ราย 15 นาที แสดงการเบรกเอาต์เหนือจุดสูงสุดของกรอบเอเชีย ก่อนจะเกิดการปฏิเสธราคาวนกลับเข้าสู่กรอบ และปรับตัวลงตามทิศทางในเวลาต่อมา นี่ไม่ใช่ข้อมูลราคาจริงในอดีต

กรอบราคาเซสชันเอเชีย (ภาพจำลอง)
จุดเบรกเอาต์และเกิดการปฏิเสธราคา
ภาพจำลองการทะลุกรอบเอเชียและการปฏิเสธราคาในเวลาต่อมา กราฟแท่งเทียนจำลองแสดงราคาเคลื่อนตัวสะสมในกรอบเอเชีย ทะลุผ่านจุดสูงสุดของกรอบช่วงสั้นๆ วนกลับ และปรับตัวลงหลุดกรอบด้านล่างเมื่อปริมาณฝั่งยุโรปเพิ่มขึ้น 1.0870 1.0850 1.0830 1.0810 1.0790 จุดสูงสุดของกรอบเซสชันเอเชีย (ภาพจำลอง) จุดต่ำสุดของกรอบเซสชันเอเชีย (ภาพจำลอง) ทะลุเหนือจุดสูงสุดของกรอบ (Break) คำสั่งซื้อขายที่ตั้งรออาจถูกเรียกจับคู่ การเคลื่อนที่ทิศทางหลักถัดมา ราคาทรงตัวอยู่ต่ำกว่ากรอบสะสมเดิม 10:00 AEST 13:00 AEST 16:00 AEST ช่วงส่งไม้ต่อฝั่งยุโรป 17:00 AEST 20:00 AEST

แนวทางหนึ่งที่เทรดเดอร์นิยมใช้คือการรอจังหวะยืนยันว่าราคาสามารถประคองตัวอยู่นอกกรอบได้จริง แทนที่จะรีบเปิดสถานะตามทันทีที่ราคาแตะผ่านกรอบครั้งแรก ขณะที่เทรดเดอร์อีกกลุ่มจะเฝ้ารอสัญญาณปฏิเสธราคา (Rejection) เพื่อเปิดสถานะสวนทางกลับเข้าสู่กรอบเดิม ซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละบุคคลครับ

นอกจากนี้ ช่วงเวลาเซสชันจะมีการปรับเปลี่ยนตามเวลาออมแสง (Daylight Saving) โดยตลาดลอนดอนมักเปิดทำการประมาณ 17:00 น. ตามเวลา AEST ช่วง British Summer Time และเปิดประมาณ 18:00 น. AEST ในช่วงเวลามาตรฐานของสหราชอาณาจักร การตรวจสอบเวลาทำการจริงล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

กับดักที่ 3

มองข้ามอิทธิพลจากญี่ปุ่นที่สามารถเปลี่ยนทิศทางตลาดทั้งช่วงเช้า

คู่เงิน JPY อาจดูมีรูปแบบทางเทคนิคที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งปัจจัยจากฝั่งญี่ปุ่นเข้ามากระทบสภาวะตลาดครับ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญขณะที่กำลังปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินหลังจากผ่อนคลายมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ แถลงการณ์จาก BOJ และสัญญาณจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น สามารถสร้างการปรับราคาใหม่ที่รุนแรงในคู่เงิน USD/JPY และคู่เงินข้ามสาย JPY ได้เสมอ

นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลา Tokyo Fix ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง "Nakane" รายวันของญี่ปุ่น กำหนดขึ้น ณ เวลาประมาณ 09:55 น. ตามเวลาโตเกียว (07:55 น. ตามเวลาไทย) อุปสงค์เงินตราต่างประเทศของภาคเอกชนและกระแสคำสั่งซื้อขายของธนาคารพาณิชย์ในช่วงเวลานี้ สามารถสร้างปริมาณการซื้อขายที่กระจุกตัวสูงในคู่เงิน USD/JPY โดยเฉพาะในวันที่มีธุรกรรมชำระเงินงวดใหญ่ แม้จะไม่ใช่ทิศทางที่แน่นอนเสมอไป แต่ก็เป็นช่วงที่มีปริมาณคำสั่งซื้อขายหนาแน่นเข้าสู่ตลาดในเวลาที่แน่นอนครับ

รูปที่ 3: ช่วงเวลา Tokyo Fix สามารถสร้างการกระจุกตัวของปริมาณคำสั่งซื้อขาย FX

ภาพจำลองทิศทางราคา USD/JPY ราย 5 นาที รอบช่วงเวลาตั้งราคาอ้างอิง 09:55 น. ตามเวลาโตเกียว เส้นทางราคาเป็นโครงสร้างจำลอง ไม่ใช่ข้อมูลราคาจริงในอดีต

กรอบเวลา Tokyo Fix (เจาะจง ณ 09:55 น. เวลาโตเกียว)
ภาพจำลองการเคลื่อนไหวของ USD/JPY รอบช่วงเวลา Tokyo Fix กราฟแท่งเทียนจำลองแสดงช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหวอย่างหนาแน่นรอบเวลา 09:55 น. ของโตเกียว ตามด้วยการวกกลับ งานวิจัยระบุถึงรูปแบบผลตอบแทนเฉลี่ยรอบเวลา Fix สำคัญ แต่ตัวอย่างที่แสดงไม่ใช่การคาดการณ์หรือชุดข้อมูลจริง สูงกว่า ราคาเปรียบเทียบ ต่ำกว่า กรอบเวลา TOKYO FIX 09:55 น. เวลาโตเกียว (Tokyo Fix) กระแสออเดอร์มักกระจุกตัวสูงช่วงเวลานี้ 09:00 โตเกียว 09:30 โตเกียว 09:55 โตเกียว 10:30 โตเกียว 12:00 โตเกียว 14:00 โตเกียว

เมื่อรวมเหตุการณ์การประชุม BOJ, ดัชนี CPI ของโตเกียว, รายได้ค่าจ้างแรงงาน หรือถ้อยแถลงกระทรวงการคลังเข้าไป โครงสร้างทางเทคนิคที่เคยดูสวยงามเมื่อ 10 นาทีก่อนก็อาจตกเป็นรองปัจจัยข่าวสารได้ทันที นี่คือเหตุผลที่ปฏิทินเศรษฐกิจมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาทำการเอเชียครับ

กับดักที่ 4

สับสนการขยับตัว 15 pips ว่าเป็นการเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่

ตลาดที่ซบเซามักจะทำให้การขยับตัวเพียงเล็กน้อยดูเหมือนมีความสำคัญครับ คู่เงินวิ่งออกข้างนาน 3 ชั่วโมง จากนั้นขยับไป 15 pips และทันใดนั้นเครื่องมือบนหน้าจอก็ส่งสัญญาณราวกับเกิดการ "Breakout" ครั้งใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริง มันอาจเป็นเพียงการขยับตัว 15 pips สั้นๆ เท่านั้น

กรอบการซื้อขายของเอเชียมักจะแคบกว่ากรอบในช่วงลอนดอนหรือนิวยอร์ก ความผันผวนของตลาด ที่ต่ำกว่าอาจทำให้การขยับตัวเล็กๆ ดูเหมือนมีนัยสำคัญบนกราฟระยะสั้น ทั้งที่ภาพใหญ่ตลาดยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบเดิม

สภาวะตลาด (Regime) จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา หากกลยุทธ์ของคุณถูกออกแบบมาเพื่อจับสปีดโมเมนตัม คุณจำเป็นต้องรอให้เกิดโมเมนตัมจริงก่อน หากตลาดกำลังสะสมกำลัง การพยายามไล่เทรดทุกการขยับตัวเล็กๆ จากกลางกรอบอาจเปลี่ยนเป็นความเสียหายจากการหลอกเหวี่ยงสลับ (Whipsaw) ได้

อย่างไรก็ตาม ข่าวสารในภูมิภาคสามารถเปลี่ยนสภาวะนี้ได้เร็วครับ ทั้งข้อมูลเศรษฐกิจจีน ข่าวการเมืองนโยบายญี่ปุ่น ตัวเลขการจ้างงานหรือเงินเฟ้อออสเตรเลีย หากไม่มีปัจจัยเร่งเหล่านี้ บางครั้งกรอบราคาก็เป็นเพียงกรอบราคาเดิม กราฟไม่ได้ติดค้างแนวโน้มใดๆ กับเราเพียงเพราะเราเปิดหน้าจอขึ้นมาดูครับ

กับดักที่ 5

เปิดสถานะเพียงเพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหน้าจอ

กับดักที่อันตรายที่สุดในเซสชันเอเชียคือ "ความรู้สึกเบื่อ" ครับ เมื่อราคาเคลื่อนที่ช้าลง เทรดเดอร์มักจะย้ายจากกราฟ 15 นาที ไปสู่ 5 นาที และย่อลงสู่กราฟ 1 นาที ทันใดนั้น การขยับตัวที่เป็นเพียงสัญญาณรบกวน (Noise) เมื่อ 20 นาทีก่อน ก็ถูกสร้างให้กลายเป็นสมมติฐานการเทรดเป็นเรื่องเป็นราว

นี่คือจุดที่ ต้นทุนธุรกรรมเริ่มส่งผลต่อผลตอบแทน ครับ เมื่อเป้าหมายการเคลื่อนที่ของราคามีขนาดเล็ก ค่า สเปรด ค่าธรรมเนียม และค่า Slippage จะดึงสัดส่วนกำไรออกไปในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น หากส่งคำสั่งซื้อขายถี่เกินไปเพื่อเก็บกำไรเพียงไม่กี่ pips ต้นทุนสะสมเหล่านี้สามารถกัดกินพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว

รูปที่ 4: ต้นทุนธุรกรรมมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อระยะเป้าหมายกำไรมีขนาดเล็ก

ตัวอย่างคำนวณเปรียบเทียบโดยสมมติให้ต้นทุนรวมสเปรดและ Slippage อยู่ที่ 1.5 pips ตัวเลขนี้จัดทำขึ้นเพื่อการสาธิตเชิงประกอบความเข้าใจเท่านั้น ไม่ใช่อัตราค่าบริการจริงของ GO Markets

สัดส่วนต้นทุนธุรกรรมต่อเป้าหมายกำไร
สัดส่วนเป้าหมายกำไรคงเหลือจริง
ตัวอย่างคำนวณสัดส่วนต้นทุนธุรกรรมเทียบกับระยะเป้าหมาย แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบผลกระทบของต้นทุน 1.5 pips ต่อระยะเป้าหมาย 5, 12 และ 35 pips คิดเป็นสัดส่วน 30%, 12.5% และประมาณ 4.3% ของเป้าหมายตามลำดับ 100% 75% 50% 25% 0% ต้นทุน 30% เหลือ 70% 12.5% เหลือ 87.5% เหลือ 95.7% เป้าหมาย 5 pips 1.5 pips = 30% ของเป้าหมาย เป้าหมาย 12 pips 1.5 pips = 12.5% ของเป้าหมาย เป้าหมาย 35 pips 1.5 pips = 4.3% ของเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังมีเรื่องพฤติกรรมการเทรด ยิ่งเราพยายามส่งออเดอร์ในตลาดเงียบๆ มากเท่าไร เราก็ยิ่งมีแนวโน้มจะละเลยเงื่อนไขความเสี่ยงที่กลยุทธ์เดิมกำหนดไว้มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับเทรดเดอร์สายโมเมนตัม นั่นหมายถึงการยอมรับว่าบางเซสชันเอเชียอาจไม่มีความผันผวนเพียงพอ ส่วนเทรดเดอร์สายกรอบราคา (Range Trader) เซสชันเดียวกันนี้อาจเป็นโอกาสที่ดี ตลาดไม่ได้ยุ่งยากขึ้นครับ แต่มันอาจเป็นเพียงสภาวะที่ไม่เหมาะกับกลยุทธ์ที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเท่านั้นเอง

เปรียบเทียบเซสชันเอเชียและตลาดยุโรป

แต่ละเซสชันมีผู้เข้าร่วม ปัจจัยเร่ง และรูปแบบความผันผวนที่ไม่เหมือนกัน ตลาดเอเชียมักตอบรับกับสกุลเงินในภูมิภาคและข่าวมหภาคท้องถิ่น ขณะที่ตลาดยุโรปจะนำพาปริมาณการซื้อขายระลอกใหม่และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมราคาที่สูงขึ้นตามมา

ไม่มีเซสชันใดง่ายหรือยากกว่ากันครับ ทว่าโครงสร้างและกลไกภายในเปลี่ยนไป การเข้าใจว่าเมื่อใดที่สภาพคล่องเริ่มก่อตัว ระดับราคาอ้างอิงของเซสชันตั้งอยู่ที่ตรงไหน และข่าวสารใดสามารถขัดจังหวะตลาดเงียบๆ ได้ จะช่วยมอบบริบทการวิเคราะห์ที่เหนือกว่ารูปทรงบนกราฟเพียงอย่างเดียว

บางครั้งรูปแบบทางเทคนิคอาจผิดพลาด บางครั้งจังหวะเวลาอาจไม่เหมาะสม และบางครั้งตลาดยุโรปก็เพียงแค่เปิดทำการขึ้นมาแล้วตัดสินว่ากรอบราคาเอเชียที่คุณตั้งใจตีไว้อย่างสวยงามนั้นเป็นเพียงคำแนะนำชั่วคราวเท่านั้นครับ

เข้าใจกลไกเซสชัน นอกเหนือจากรูปทรงกราฟ

การเข้าใจกลไกเซสชันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเทรด สเปรด สภาวะการจับคู่ออเดอร์ เครื่องมือวิเคราะห์ และระบบการเข้าถึงตลาดล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพกลยุทธ์ GO Markets มอบการเข้าถึงสภาวะตลาดสถาบันสำหรับการเทรด Forex CFDs และ ดัชนี CFDs ครอบคลุมสกุลเงินเอเชียแปซิฟิกและดัชนีชั้นนำในภูมิภาค

Related Articles

No items found.